บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ วอนคนหยุดใส่ร้าย แจงที่มาเงินแจกชาวบ้านช่วงโควิด-19

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แจงที่มาเงินแจกคนเดือดร้อนช่วง "โควิด-19" ยันเป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เงินบริจาคน้ำท่วมที่อุบล วอนคนหยุดใส่ร้าย

วันที่ 26 ก.ค.63 นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงและอาสาสมัครของมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ชี้แจงถึงเงินที่นำไปมอบช่วยเหลือชาวบ้านช่วง "โควิด-19" ว่า นี่คือ สินค้าที่ช่วยผมตอนโควิด-19

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมอยากอธิบายให้คนบางคนที่เข้าใจผมผิดเรื่อง การเดินมอบเงินให้กับพี่น้องประชาชนตามชุมชนต่างๆ ช่วงโควิด สรุปง่ายๆ ครับ เงินทั้งหมดกว่า 15 ล้านบาท เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงผมทั้งสิ้น ก่อนเกิดโควิด-19 ผมได้รับงานเป็น พรีเซ็นเตอร์ ให้กับ รถกระบะ MG Extender TRUE 5G เครื่องดื่ม คอมมานโด ยาดม โพธิ์เฮิร์บ อาหารเสริม เบต้าเฮิร์บ ทั้งหมดคือรายได้ที่ผมได้มา 20 กว่าล้าน

ผมบอกแล้วว่าผมจะช่วยทุกคนที่เดือดร้อนในช่วงโควิด ผมยังไม่ได้ถ่ายด้วยซ้ำสินค้าบางตัว แต่ผมก็ขอค่าพรีเซ็นเตอร์มาก่อน ทางสินค้าก็เข้าใจ ตอนนี้ผมก็ทยอยถ่ายให้ทุกสินค้า ผมดีใจที่ได้ทำ ที่ได้ช่วยครั้งหนึ่งของประเทศไทยที่เกิดวิกฤติ ที่ใหญ่มากๆ ถ้าเราไม่ช่วยตอนนี้ เราจะไปช่วยตอนไหนครับ บางคนถามผมว่า ไม่เสียดายเงินหรอ..? ผมตอบว่า เสียดายครับ ถ้าเงินก้อนนี้จะอยู่ในที่เก็บไว้ โดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ถ้าเงินก้อนนี้เป็นประโยชน์ของคนส่วนมากที่เดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ผมจะไม่เสียดายเลย แม้จะเป็นเงิน 50-100 ล้านบาท

ที่ผมมาพูดมาบอก ผมอยากให้คนที่กำลังเข้าใจผมผิดได้รับรู้ ไม่ใช่ไปพูดกันต่างๆ นานา ว่าผมเอาเงินจากน้ำท่วมที่อุบลมาเดินมอบให้ตามชุมชน แล้วบอกว่าเป็นเงินตัวเอง เรื่องเงินน้ำท่วมมันจบไปตั้งแต่เดือนธันวาที่ผ่านมาแล้วครับ อย่าเอามาปะปนกัน

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำแค่อยากให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ อย่ากล่าวหากัน ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อทุกคนที่เดือดร้อน ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรทั้งนั้น ขอเพียงแค่ อย่าใส่ร้ายผม เชื่อผมเถอะ ตลอด 33 ปี กับมูลนิธิร่วมกตัญญู ถ้าผมมีจิตใจเลวๆ ผมคงเดินมาไม่ถึงวันนี้ครับ ผมไม่โกรธ แต่หยุดใส่ร้ายผมและทุกคนที่ทำความดี

ผมกราบขอบคุณสินค้าทุกยี่ห้อ ที่ให้ผมได้ช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤติ อยากให้เพื่อนๆ ช่วยตอบแทนสินค้าที่ช่วยเหลือผม เขาจะได้มีกำลังใจในการช่วยเหลือสังคมต่อไปครับ.

ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

 

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/society/1897739